แปลงรูปเป็น PDF ออนไลน์ – รองรับหลายรูปแบบไฟล์ภาพ
สร้างไฟล์ PDF จากรูป JPG, PNG, TIFF, GIF, WEBP, SVG, BMP, PS, EPS และ DICOM ได้เลยบนเบราว์เซอร์
เครื่องมือแปลงรูปเป็น PDF ออนไลน์ฟรี แปลงไฟล์รูปให้เป็น PDF โดยเอารูปแต่ละไฟล์ไปวางคนละหน้า
เครื่องมือแปลงรูปเป็น PDF นี้ทำงานบนเบราว์เซอร์ ช่วยให้คุณแปลงรูปภาพเป็นเอกสาร PDF ได้ง่ายและรวดเร็ว รองรับไฟล์ยอดนิยมอย่าง JPG, PNG รวมถึง TIFF, GIF, WEBP, SVG, BMP, PS, EPS และ DICOM จะใช้แปลงรูปเดียวเป็น PDF หรือนำหลายไฟล์ หลายรูปแบบมารวมเป็น PDF เดียวก็ได้ โดยแต่ละรูปจะกลายเป็นหนึ่งหน้าใน PDF ไม่ต้องลงโปรแกรมเพิ่ม
เครื่องมือแปลงรูปเป็น PDF ทำอะไรได้บ้าง
- แปลงไฟล์รูปภาพเป็นเอกสาร PDF ออนไลน์
- รองรับไฟล์ JPG, PNG, TIFF, GIF, WEBP, SVG, BMP, PS, EPS และ DICOM
- แปลงได้ทั้งรูปเดียวหรือหลายไฟล์ หลายรูปแบบรวมเป็น PDF เดียว
- สร้าง PDF โดยเอารูปแต่ละไฟล์เป็นคนละหน้า
- ช่วยให้แชร์และเก็บรูปในรูปแบบ PDF ที่ใช้กันทั่วไปได้ง่ายขึ้น
- ใช้งานผ่านเบราว์เซอร์ ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม
วิธีใช้เครื่องมือแปลงรูปเป็น PDF
- เลือกและอัปโหลดไฟล์รูปที่ต้องการแปลง (ต้องเป็นไฟล์รูปที่รองรับ)
- กดเริ่มแปลงเพื่อให้ระบบสร้างไฟล์ PDF
- รอให้เครื่องมือประมวลผลและจัดรูปเป็นหน้า PDF
- ตรวจเช็กไฟล์ PDF ที่สร้างเสร็จแล้ว
- ดาวน์โหลดไฟล์ PDF ลงเครื่องของคุณ
ทำไมคนถึงใช้เครื่องมือแปลงรูปเป็น PDF
- แปลงรูปถ่ายหรือรูปสแกนเป็นไฟล์ที่แชร์และปริ้นง่าย
- รวมหลายรูปให้เป็น PDF ไฟล์เดียว ส่งงานหรือเก็บเอกสารสะดวกขึ้น
- รวบรวมไฟล์รูปหลายชนิดให้เป็น PDF มาตรฐานไฟล์เดียว
- สร้าง PDF แบบทีละหน้า จากโฟลเดอร์รูปหรือรูปภาพหลาย ๆ รูป
- ไม่ต้องลงโปรแกรมบนเครื่อง สำหรับคนที่แปลงไฟล์แค่เป็นครั้งคราว
จุดเด่นของเครื่องมือแปลงรูปเป็น PDF
- แปลงรูปเป็น PDF ออนไลน์ฟรี
- รองรับหลายฟอร์แมต: JPG, PNG, TIFF, GIF, WEBP, SVG, BMP, PS, EPS, DICOM
- ไฟล์รูปแต่ละไฟล์จะถูกแปลงเป็นหนึ่งหน้าใน PDF
- แปลงได้ทั้งไฟล์เดียวหรือหลายไฟล์พร้อมกันในครั้งเดียว
- ขั้นตอนใช้งานง่าย เน้นผลลัพธ์ที่เร็วและใช้งานได้จริง
- ทำงานผ่านเว็บเบราว์เซอร์โดยตรง
ตัวอย่างการใช้งานเครื่องมือแปลงรูปเป็น PDF
- แปลงรูป JPG หรือ PNG เป็น PDF เพื่อใช้ส่งให้คนอื่น
- แปลงหน้ากระดาษที่สแกนเป็นรูป ให้กลายเป็น PDF หลายหน้า
- เตรียมไฟล์แนบเป็น PDF เดียวจากหลายรูปสำหรับส่งเอกสารหรือยื่นฟอร์ม
- รวมรูปหลายชนิดเป็นเอกสาร PDF เดียวที่เปิดได้ทุกที่
- แปลงรูป DICOM เป็น PDF ให้เปิดดูหรือส่งต่อได้สะดวกขึ้น
หลังแปลงรูปเป็น PDF แล้วได้อะไร
- ได้ไฟล์ PDF สำหรับดาวน์โหลด ซึ่งสร้างจากรูปที่คุณอัปโหลด
- หนึ่งหน้า PDF ต่อหนึ่งไฟล์รูป
- ได้เอกสาร PDF ไฟล์เดียวที่มีได้หลายรูป
- แชร์และปริ้นได้สะดวกกว่าการส่งไฟล์รูปแยก ๆ
- ผลลัพธ์เป็นไฟล์เดียวที่จัดเก็บและส่งต่อได้ง่าย
ใครเหมาะกับเครื่องมือแปลงรูปเป็น PDF นี้
- นักเรียนและอาจารย์ที่ต้องส่งงานหรือเอกสารเป็นไฟล์ PDF
- พนักงานออฟฟิศที่ใช้รูปหน้าจอหรือรูปถ่ายทำเอกสาร
- ดีไซน์เนอร์และวิศวกรที่อยากแปลงไฟล์กราฟิกที่รองรับให้เป็น PDF
- ผู้ใช้งานสายการแพทย์และเทคนิคที่ต้องแปลงไฟล์ DICOM เป็น PDF
- ใครก็ตามที่อยากได้ตัวแปลงรูปเป็น PDF ออนไลน์แบบง่าย ๆ
ก่อนและหลังใช้เครื่องมือแปลงรูปเป็น PDF
- ก่อน: รูปเป็นไฟล์แยก ๆ หลายไฟล์ หลายชนิด
- หลัง: รูปถูกรวมอยู่ในไฟล์ PDF เดียว
- ก่อน: ต้องแนบไฟล์รูปหลายไฟล์เวลาส่งให้คนอื่น
- หลัง: ส่งเป็นไฟล์ PDF ไฟล์เดียวแทนไฟล์รูปหลาย ๆ ไฟล์
- ก่อน: การปริ้นหรือเก็บไฟล์รูปอาจไม่เหมือนกันในแต่ละฟอร์แมต
- หลัง: PDF เป็นไฟล์มาตรฐานที่แบ่งเป็นหน้าเรียบร้อย
ทำไมผู้ใช้ถึงไว้ใจเครื่องมือแปลงรูปเป็น PDF นี้
- ออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์ชัดเจน คือแปลงรูปให้เป็นหน้า PDF
- รองรับทั้งฟอร์แมตยอดนิยมและฟอร์แมตสำหรับงานมืออาชีพหลายชนิด
- ใช้งานออนไลน์ ไม่ต้องติดตั้งหรือเซ็ตอัปอะไรยุ่งยาก
- ผลลัพธ์เข้าใจง่าย: หนึ่งรูปกลายเป็นหนึ่งหน้า PDF
- เป็นหนึ่งในชุดเครื่องมือจัดการรูปภาพของ i2IMG
ข้อจำกัดที่ควรรู้
- PDF ถูกสร้างจากรูปที่คุณอัปโหลด คุณภาพจึงขึ้นกับไฟล์ต้นฉบับ
- แต่ละรูปจะกลายเป็นหน้า PDF หนึ่งหน้า ไม่ได้แปลงให้เป็นข้อความ PDF ที่แก้ไขได้
- รูปขนาดใหญ่มากหรือจำนวนไฟล์เยอะ ๆ อาจใช้เวลานาน ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ต
- ไฟล์ฟอร์แมตเฉพาะทางบางแบบ อาจแสดงผลต่างกันตามวิธีที่ไฟล์ถูกเข้ารหัสมา
- เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด ควรใช้รูปที่คมชัด คุณภาพดี และตรวจไฟล์ PDF ที่ดาวน์โหลดแล้วอีกครั้ง
ชื่ออื่น ๆ ที่คนใช้ค้นหาเครื่องมือแปลงรูปเป็น PDF
ผู้ใช้อาจค้นหาเครื่องมือนี้ด้วยคำว่า image to PDF, แปลงรูปถ่ายเป็น PDF, picture to PDF, JPG to PDF online, PNG to PDF, TIFF to PDF, SVG to PDF หรือ DICOM to PDF เป็นต้น.
เปรียบเทียบเครื่องมือแปลงรูปเป็น PDF กับวิธีสร้าง PDF แบบอื่น
เครื่องมือแปลงรูปเป็น PDF ต่างจากวิธีอื่นในการสร้าง PDF จากรูปภาพอย่างไรบ้าง?
- แปลงรูปเป็น PDF (i2IMG): แปลงไฟล์รูปที่รองรับให้เป็น PDF โดยแต่ละรูปเป็นหนึ่งหน้า
- การแคปหน้าจอแล้ววางในเอกสาร: มักต้องทำหลายขั้นตอน และรองรับไฟล์รูปไม่กี่แบบ
- โปรแกรม Office หรือโปรแกรมจัดหน้าเอกสาร: สร้าง PDF ได้แต่ต้องติดตั้งและตั้งค่าเอง
- เลือกใช้แปลงรูปเป็น PDF เมื่อ: ต้องการแปลงรูปเป็น PDF อย่างรวดเร็วผ่านเบราว์เซอร์
คำถามที่พบบ่อย
เครื่องมือนี้จะแปลงไฟล์รูปที่รองรับให้เป็นเอกสาร PDF โดยเอารูปแต่ละไฟล์ไปวางเป็นหน้าแยกกันใน PDF.
รองรับไฟล์รูป JPG, PNG, TIFF, GIF, WEBP, SVG, BMP, PS, EPS และ DICOM.
ได้ คุณสามารถอัปโหลดหลายไฟล์ และสร้าง PDF ไฟล์เดียวที่มีรูปแต่ละไฟล์เป็นคนละหน้า.
ใช้งานฟรี และใช้ผ่านเบราว์เซอร์ได้เลย ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมใด ๆ.
แปลงรูปภาพเป็น PDF
อัปโหลดรูปในฟอร์แมตที่รองรับ แล้วดาวน์โหลดไฟล์ PDF ที่แต่ละรูปถูกจัดเป็นหน้าของตัวเอง
เครื่องมือจัดการรูปภาพอื่น ๆ บน i2IMG
ทำไม รูปภาพเป็น PDF ?
การแปลงไฟล์รูปภาพเป็น PDF มีความสำคัญอย่างยิ่งในโลกปัจจุบันที่ข้อมูลดิจิทัลมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นในด้านธุรกิจ การศึกษา หรือแม้แต่การใช้งานส่วนตัว การแปลงไฟล์รูปภาพเป็น PDF ช่วยให้เราสามารถจัดการ จัดเก็บ และแบ่งปันข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
ประการแรก ความสำคัญของการแปลงไฟล์รูปภาพเป็น PDF คือเรื่องของ การรักษาคุณภาพของภาพ เมื่อเราแชร์ไฟล์รูปภาพในรูปแบบดั้งเดิม เช่น JPEG หรือ PNG คุณภาพของภาพอาจลดลงเนื่องจากการบีบอัดไฟล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อส่งผ่านอีเมลหรือแอปพลิเคชันแชทต่างๆ แต่เมื่อเราแปลงภาพเป็น PDF คุณภาพของภาพจะถูกรักษาไว้ได้ดีกว่ามาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเราเลือกการตั้งค่าที่เหมาะสมในการแปลงไฟล์ ทำให้ภาพมีความคมชัดและรายละเอียดครบถ้วน ไม่ว่าผู้รับจะเปิดไฟล์บนอุปกรณ์ใดก็ตาม
ประการที่สอง PDF เป็นรูปแบบไฟล์ที่ สามารถเปิดได้บนทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น Windows, macOS, Android, iOS หรือ Linux โดยไม่จำเป็นต้องมีโปรแกรมเฉพาะเจาะจงในการเปิดไฟล์ เนื่องจากโปรแกรมอ่าน PDF เป็นโปรแกรมพื้นฐานที่ติดตั้งมากับระบบปฏิบัติการส่วนใหญ่ หรือสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากอินเทอร์เน็ต ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้รับไฟล์จะสามารถเปิดและดูภาพได้โดยไม่มีปัญหาเรื่องความเข้ากันได้ของซอฟต์แวร์
ประการที่สาม PDF มีคุณสมบัติ ด้านความปลอดภัย ที่หลากหลาย ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อเราต้องการแบ่งปันข้อมูลที่เป็นความลับ หรือข้อมูลส่วนตัว เราสามารถตั้งรหัสผ่านเพื่อป้องกันการเข้าถึงไฟล์ PDF ได้ นอกจากนี้ เรายังสามารถจำกัดสิทธิ์ในการแก้ไข พิมพ์ หรือคัดลอกเนื้อหาภายในไฟล์ได้อีกด้วย ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลของเราจะปลอดภัยจากการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
ประการที่สี่ การแปลงภาพเป็น PDF ช่วยให้เรา จัดระเบียบข้อมูล ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เราสามารถรวมภาพหลายภาพไว้ในไฟล์ PDF เดียวได้ ทำให้ง่ายต่อการจัดการและค้นหาข้อมูล นอกจากนี้ เรายังสามารถเพิ่มข้อความ คำอธิบาย หรือลายน้ำลงในไฟล์ PDF ได้ ทำให้ข้อมูลมีความชัดเจนและครบถ้วนมากยิ่งขึ้น
ประการที่ห้า ในบริบทของ ธุรกิจและการทำงาน การแปลงภาพเป็น PDF มีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างเอกสารที่ดูเป็นมืออาชีพ เช่น ใบเสนอราคา รายงาน หรือสัญญา เราสามารถสแกนเอกสารที่เป็นกระดาษและแปลงเป็น PDF เพื่อจัดเก็บในรูปแบบดิจิทัล ทำให้ง่ายต่อการค้นหาและแบ่งปัน นอกจากนี้ การใช้ PDF ยังช่วยลดการใช้กระดาษ ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
ประการสุดท้าย การแปลงภาพเป็น PDF ยังมีประโยชน์ในด้าน การศึกษา นักเรียนและนักศึกษาสามารถแปลงภาพถ่ายจากหนังสือเรียน หรือเอกสารประกอบการเรียนเป็น PDF เพื่อจัดเก็บและอ่านบนอุปกรณ์พกพาได้ ทำให้สะดวกในการทบทวนบทเรียนและเตรียมตัวสอบ นอกจากนี้ การส่งรายงานหรือโครงงานในรูปแบบ PDF ยังช่วยให้มั่นใจได้ว่ารูปแบบของเอกสารจะไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเปิดบนอุปกรณ์ของอาจารย์
โดยสรุป การแปลงไฟล์รูปภาพเป็น PDF มีความสำคัญอย่างยิ่งในยุคดิจิทัล ด้วยคุณสมบัติที่หลากหลาย ทั้งในด้านการรักษาคุณภาพของภาพ ความเข้ากันได้ของแพลตฟอร์ม ความปลอดภัย การจัดระเบียบข้อมูล และการใช้งานในด้านต่างๆ ทั้งธุรกิจ การศึกษา และการใช้งานส่วนตัว การใช้ PDF ช่วยให้เราสามารถจัดการ จัดเก็บ และแบ่งปันข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น